เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งสำคัญหนึ่งในสี่ ที่มีความงดงามและความสำคัญทางประวัติศาสตร์
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นหนึ่งในสี่เรือพระที่นั่งสำคัญ สร้างขึ้นเพื่อใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะขบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นเรือพระที่นั่งที่ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก มีความงดงามอลังการด้วยสถาปัตยกรรมและงานฝีมืออันประณีต สร้างขึ้นเพื่อใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ปากคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งลำสำคัญลำหนึ่งของไทย มีความงดงามอลังการด้วยสถาปัตยกรรมและงานฝีมืออันประณีต สร้างขึ้นเพื่อใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค คือพิธีอันยิ่งใหญ่และเป็นเอกลักษณ์ของไทย เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมโยงระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน โดยมีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือพระที่นั่งหลักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีประทับ
ประวัติเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นหนึ่งในเรือพระราชพิธีที่สำคัญและงดงามที่สุดของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีความหมายทางวัฒนธรรมอย่างสูง เรือลำนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือพระที่นั่งโบราณในสมัยอยุธยา
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาต้น รัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิราวปี พ.ศ. 2091 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกว่า “สุวรรณหงส์” ดังทราบได้จากบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ฯ ที่ว่า
สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
บทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ฯ
เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
จากหนังสือตำนานเรือรบไทย พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงกล่าวไว้ว่า เรือศรีสุพรรณหงส์สร้างขี้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ซึ่งตามจดหมายเหตุเมื่อปี พ.ศ. 2370 มีหมายรับสั่งให้จัด “เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์” เป็นเรือทรงพระบรมธาตุที่ได้มาจากเวียงจันทน์ ในจดหมายเหตุในรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 เรียกชื่อเรือนี้ว่า “เรือศรีสุพรรณหงส์” เรือศรีสุพรรณหงส์ได้ชำรุดทรุดโทรมเรื่อยมา และได้รับการซ่อมแซมมาหลายครั้ง
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบัน
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันที่ใช้ในราชพิธีสำคัญ สมัยรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ ซึ่งล่าสุด เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้ร่วมริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารา วันที่ 27 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างแทนเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ลำเดิม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยโปรดเกล้าฯ ให้ต่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ขึ้นใหม่แทนเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ลำเดิมที่ชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกต่อไป แล้วเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเปลี่ยนชื่อเป็นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีพลตรี พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่าง ประกอบพิธีลงน้ำ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ 2454
ลักษณะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
โครงสร้างของเรือ
นาวาสถาปนิกของเรือสุพรรณหงส์ คือ พลเรือตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) จัดเป็นเรือพระที่นั่งกีบ มักใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงของพระเจ้าอยู่หัว โขนเรือเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ยาว 44.9 เมตร กว้าง 3.14 เมตร ลึก 0.9 เมตร กินน้ำลึก 0.41 เมตร กำลัง 3.5 เมตร (พายครั้งหนึ่งแล่นไปได้ไกล 3.5 เมตร) หนัก 15.1 ตัน พายทอง
เครื่องประกอบ
- พู่ห้อย ที่หัวเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ทำด้วยขนจามรีซึ่งนำมาจากประเทศเนปาล มีลักษณะขนสีขาว นุ่มละเอียด นำมาประกอบทำเป็นชั้นๆเป็นทรงพุ่มแล้วจึงติดชนวนโดยรอบและตกแต่งให้สวยงาม
- บัลลังก์กัญญา เรือพระที่นั่งจะทอดบัลลังก์กัญญาเป็นที่ประทับกลางลำตกแต่งด้วยม่าน
ลูกเรือ
เรือสุพรรณหงส์ใช้ลูกเรือทั้งสิ้น 57 คนเป็นฝีพาย 50 คน นายท้าย 2 คน นายเรือ 2 คน คนถือธง 1 คน พลสัญญาณ 1 คน และคนเห่เรือ 1 คน
- ฝีพาย จะสวมเสื้อสักหลาดสีแดงติดลูกไม้ใบข้าว กางเกงผ้าเสิร์จสีดำ คาดผ้ารัดประคดโหมดเทศดาบฝักไม้ ด้ามไม้กลึง สาย สะพายดาบสักหลาดสีแดงติดแถบลูกไม้ สวมหมวกทรงประพาสสักหลาดแดงติดลูกไม้ใบข้าว สวมถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ
- นายเรือ สวมหมวกทรงประพาสโหมดเทศยอดเกี้ยว เสื้ออัตลัดสีฟ้า รัดประคด
- คนธงท้ายเรือ แต่งกายด้วยหมวกทรงประพาส โหมดเทศยอดจุก เสื้ออัตลัดสีแดง ผ้าเกี้ยวลาย
- นายท้ายเรือ สวมหมวกทรงประพาส โหมดเทศยอดเกี้ยว เสื้ออัตลัดสีเขียว รัดประคดโหมดเทศ ผ้าเกี้ยวลาย
รางวัล มรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก ประจำปี พ.ศ. 2535
ด้วยความสำคัญและความงดงามที่โดดเด่นของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จึงทำให้องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร ให้ความสนใจส่งผู้แทนมาพิจารณามอบรางวัลเรือโลกแก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2535 คณะกรรมการองค์การ World Ship Trust ประกอบด้วยนายอีเวนเซาท์บี-เทลยัวร์ ประธานองค์การเรือโลก นายไมเคล ไทยแนน (Michael Tynan) นักกฎหมายประจำองค์การฯ และนายเจมส์ ฟอร์ไซธ์ ได้เดินทางมายังประเทศไทย เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก ประจำปี พ.ศ. 2535 (The World Ship Trust Maritime Heritage Award ‘Suphannahong Royal Barge’) แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเป็นกรมที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่ง
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในพระราชพิธีและงานสำคัญ
สมัยรัชกาลที่ 9
- พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช 2539
- การประชุมเอเปค พ.ศ. 2546
- งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549
- พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 (เลี่อนย้ายมาปี 2555 เนี่องจากสถานการณ์น้ำท่วม)
- พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี พุทธศักราช 2559
สมัยรัชกาลที่ 10
- พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562
- พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและผ่านการบูรณะซ่อมแซมมาหลายครั้ง แต่ยังคงรักษาความงดงามมาจนถึงปัจจุบัน
คำถามเกี่ยวกับ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
ที่มาข้อมูล:
- เว็บไซต์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ (phralan.in.th)
- เว็บไซต์กองทัพเรือ (navy.mi.th)
- เว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (th.wikipedia.org)
ที่มารูปภาพประกอบบทความ:
- เว็บไซต์ (freepik.com)

